Reservation






:


*Online reservation valid only up to 24 hours before arrival*

*Your reservation will be completed after you’ve got a confirmation email*


Warning: Invalid argument supplied for foreach() in /home/ghcafe/public_html/wp-content/themes/greyhound/single-news.php on line 13

Lunch with Bank-Thiti in Pattaya

โปรดอย่าอิจฉา..ที่เราได้กินข้าวสองต่อสองกับแบงค์-ธิติ ที่พัทยา

 

บ่ายสองกว่าๆ / บนโต๊ะอาหาร / เกร์ฮาวด์ คาเฟ่ หน้าโรงละคร สิงห์ ดีลักษณ์ ซีเนมาติก เธียเตอร์ พัทยา

Greyhound-Cafe-Pattaya-Bank-Thiti

 

ขออภัยที่จั่วหัวไว้อย่างน่าหมั่นไส้ ราวกับได้ไปเดทกับนักแสดงหนุ่ม

เฉลยก็ได้ ความจริงก็คือเราได้เจอกับ แบงค์-ธิติ มหาโยธารักษ์ ในวาระเปิดตัวโรงละครแห่งใหม่ใจกลางพัทยาที่ชื่อ SINGHA D’LUCK Cinematic Theatre ซึ่งไหนๆ ก็ได้เจอกันแล้ว ก่อนจะเข้าไปร่วมชมการแสดงสุดยิ่งใหญ่ KAAN SHOW รอบพรีเมียร์ เราจึงแอบชวนแบงค์มากินข้าวร่วมกันที่ Greyhound Café สาขาใหม่ล่าสุด และใหญ่ที่สุดของเราที่อยู่ด้านหน้าโรงละคร

กินอาหารทะเลไปคุยกันไปพลาง ถึงได้รู้ว่านักแสดงหนุ่มวัย 20 ที่นั่งอยู่ตรงหน้าเรา ไม่เพียงกำลังสวมบทบาทตัวละครสำคัญในซีรีส์ ‘Project S’ ตอน Spike ที่เพิ่งจบลงไป แต่เขาเพิ่งหอบประสบการณ์จากการเดินทางไปถ่ายงานที่จังหวัดซากะ ประเทศญี่ปุ่น ในฐานะพระเอกซีรีส์ตอนเดียวจบ ‘Gata no Kuni Kara’ ของช่อง NHK มาหมาดๆ อดีตหนุ่มน้อยที่เรารู้จักจากซีรีส์ฮอร์โมนส์คนนี้ เข้าวงการบันเทิงเพียงไม่กี่ปีก็มีโอกาสได้โกอินเตอร์เสียแล้ว

แบงค์บอกว่า รีบคุยกันเถอะครับ ก่อนที่อาหารของเกรฮาวด์จะติดฟันผมไปมากกว่านี้

Greyhound-Cafe-Pattaya-Bank-Thiti

ไปไงมาไง ถึงได้ไปเป็นพระเอกให้ซีรีส์ของช่อง NHK
เรื่องมันเริ่มจากทางเทศบาลจังหวัดซากะ เขาอยากสานต่อความสัมพันธ์ระหว่างซากะกับประเทศไทย เพราะตอนเราทำซีรีส์ ‘STAY ซากะ.. ฉันจะคิดถึงเธอ’ ฉายไปก็มีฟีดแบ็กว่าคนไทยรู้จักซากะมากขึ้น ไปเที่ยวซากะมากขึ้น ทางเทศบาลซากะรู้สึกว่ามันดีนะ ก็เลยจัดทำโครงการหานักแสดงวัยรุ่นไทย 1 คนไปร่วมแสดงซีรีส์ตอนเดียวของช่อง NHK ร่วมกับทีมงานและนักแสดงชาวญี่ปุ่นทั้งหมด เขาติดต่อมาทางพี่ย้ง (ทรงยศ สุขมากอนันต์ -ผู้กำกับ) อยากให้ช่วยหาแบบไม่ได้ระบุว่าต้องเป็นใคร พี่ย้งเลยส่งนักแสดงของบริษัท นาดาว ไปให้เขาดู

สุดท้ายทำไมเขาถึงเลือกเรา
บังเอิญว่าโปรดิวเซอร์ของ NHK เขาได้ดูซีรีส์ STAY ซากะฯ แล้วเห็นผมเล่นในเรื่องนั้น เขาเลยอยากให้ผมได้ไปแสดงเรื่องนี้ ถือเป็นโอกาสครั้งใหญ่ในชีวิตนะ ผมไม่เคยคิดว่าจะมีโอกาสได้งานแสดงนอกประเทศ นี่เป็นครั้งแรก

ประสบการณ์โกอินเตอร์ครั้งแรกมีอะไรเด็ดๆ บ้าง
ตัวละครที่ผมแสดงชื่อ สมุด เป็นนักแสดงไทยที่ไปถ่ายงานที่ญี่ปุ่น คาแรกเตอร์เป็นเด็กหนุ่มที่ทำงานตั้งแต่อายุน้อย แล้วเกิดเบื่อ เลยออกเดินทาง คาแรกเตอร์จะไม่ลึกมากเหมือนนนท์ในเรื่องฮอร์โมน แต่สิ่งที่ยากคือเรื่องการสื่อสาร ผมเล่นเป็นคนไทย พูดไทย พูดญี่ปุ่นไม่ได้ ดูเหมือนไม่ยาก แต่มันยากในการสื่อสารเวลาแสดงมากๆ เพราะพอใช้คนละภาษา การรับส่งในการแสดงมันก็จะยาก อีกอย่างคือธรรมชาติของแอกติ้งคนไทยกับญี่ปุ่นไม่เหมือนกัน เช่น เวลาตกใจ เขาจะมี เอ๋…… (ทำเสียงสูง) คือเรื่องนี้เขาจะบอกว่า เราไม่จำเป็นต้องพูดภาษาเดียวกัน แต่เราก็เข้าใจกันได้เหมือนกัน

ไปอยู่มาตั้ง 18 วัน ปรับตัวยังไง
คือผมจะมีล่ามประจำตัว ก็ให้ล่ามช่วยคุยกับผู้กำกับในเรื่องที่เราไม่เข้าใจ เพราะตอนแรกบทที่ผมอ่านถูกแปลมาจากภาษาญี่ปุ่น บางทีเขาแปลแบบไม่ได้อธิบายเต็มร้อยเหมือนที่ดั้งเดิมเขาเขียนมา ผมก็ไม่ได้เข้าใจ พอได้คุยกับผู้กำกับก็เข้าใจมากขึ้น จริงๆ ถึงจะยากแต่ผมก็สนุกนะ เพราะผมชอบการแสดง เป็นคนที่มีเป้าหมายว่าอยากได้เล่นหลายๆ บทบาท พอมาเจองานยากแบบนี้ผมก็เลยมองอีกแบบ เอาความยากมาเป็นความท้าทายตัวเอง เป็นความตื่นเต้น ผมก็เลยสนุกกับมัน

Greyhound-Cafe-Pattaya-Bank-Thiti_09

ตัดภาพกลับมาไทย ซีรีส์ Project S ตอน Spike! ที่เพิ่งจบลงไปก็เรียกได้ว่าเข้มข้นสุดๆ เลยนะ
ครับ โปรเจกต์นี้เกิดขึ้นหลังจากจบฮอร์โมนซีซั่น 3 พี่ย้งก็คิดว่าจะไม่มีซีซั่น 4 แล้ว ก็เลยพัฒนาบทใหม่ออกมาเป็น ‘Project S’ เป็นซีรีส์กีฬาที่มีทั้งหมด 4 เรื่อง วอลเล่ย์บอล แบดมินตัน สเก็ตบอร์ด ยิงธนู เรื่องแรกชื่อว่า Spike! คือเรื่องที่ผมเล่น พี่เสือ (พิชย จรัสบุญประชา -ผู้กำกับ) เขาบอกผมว่าคนที่มาเล่นเรื่องนี้จะต้องอยู่ด้วยกันนานมาก เพราะกว่าเราจะซ้อมกีฬา อ่านบท กว่าจะเริ่มถ่าย จนถึงถ่ายเสร็จ เขาเลยอยากทำงานกับนักแสดงที่เขารู้จักและเคยทำงานด้วย พี่เสือเป็นผู้กำกับเรื่องฮอร์โมนตอนของนนท์ ก็เลยเลือกผมไปรับบทเป็น ‘แทน’ ในเรื่องนี้

เล่นวอลเล่ย์เก่งมาตั้งแต่ตอนไหน
ก่อนหน้านี้เล่นไม่เป็นเลยครับ พอรู้ว่าจะต้องมารับบทนักวอลเลย์บอล ผมก็นอยเหมือนกันว่า เฮ้ย มันใช่เหรอวะ เพราะพูดตรงๆ ว่าบ้านเราพอพูดถึงวอลเล่ย์บอลชายจะนึกถึงสตรีเหล็ก ยังติดภาพว่าการเล่นวอลเล่ย์บอลเป็นเรื่องของผู้หญิงหรือเพศที่สามอยู่ แต่พออ่านก็ได้รู้ว่าในบทที่ผมเล่นเป็นทีมวอลเลย์บอลชายจริงๆ ซึ่งพอผมได้ไปรีเสิร์ช ศึกษาเรื่องวอลเล่ย์บอลจริงๆ จังๆ ก็ได้รู้ว่าจริงๆ วอลเล่ย์บอลชายของต่างประเทศนี่เขาเล่นโหดกันมากเลยนะ ใส่กันอย่างเดียว เซ็ตตบๆๆ ผมก็รู้สึกว่า เออ มันน่าตื่นเต้น น่าลอง

โห แล้วต้องซ้อมขนาดไหนถึงเล่นได้เนียนขนาดนี้
พอได้นักแสดงครบ พี่เสือ ผู้กำกับ เขาก็จะวางตัวว่าใครเล่นเป็นตำแหน่งอะไร ผมต้องเป็นเซ็ตเตอร์หรือตัวเซ็ต แล้วพี่เขาก็ตั้งกรุ๊ปไลน์ของทีมนักแสดง แล้วก็จะส่งคลิปมาให้ดูบ่อยๆ เช่น คลิปประมาณว่า World Best setter player แล้วก็บอกเราว่าเขาอยากให้เราเก่งประมาณนี้ (หัวเราะ) เราเปิดเข้าไปดูก็โอ้โห เซ็ตไปข้างหลัง เซ็ตสองจังหวะ  ซึ่งมันแบบยากมาก….. (ลากเสียง) เล่นปกติก็ยากแล้วนะ แล้วนี่เราไม่มีสแตนด์อิน เล่นด้วยตัวเอง ผมเลยรู้สึกเหมือนผมกำลังโดนท้าทายอะ ลองดูเราจะทำได้รึเปล่า

พอถึงวันนัดซ้อมกันวันแรก ไอ้เราก็นึกว่าซ้อมกับทีมวอลเล่ย์ชาย กลายเป็นว่าเราซ้อมกับทีมน้องนักวอลเล่ย์หญิงอายุ 13-14 ปีของโรงเรียนบดินทร์เดชา ตอนแรกเห็นน้องๆ ก็คิดว่าจะสอนผู้ชาย 12 คนไหวเร้อ สักพักผมเห็นน้องๆ เล่น ยอมเลย คือโรงเรียนนี้เขาฝึกนักวอลเล่ย์บอลหญิงให้ไปเป็นทีมชาติ เป็นโรงเรียนเก่าของพี่ปลื้มจิต แต่ละคนก็จะเก่งมาก เราก็ต้องมาเริ่มจากศูนย์ เพราะทุกคนไม่มีพื้นฐานเลย ต้องแยกกันฝึกตามตำแหน่งแต่ละคน

ขอพรีวิวความโหดของการซ้อม
สำหรับผม การเซ็ตลูกวอลเล่ย์เป็นสิ่งที่ยากมาก เพราะก่อนหน้านี้ผมเล่นบาส ซึ่งมันคือการปั่นลูกให้หมุนยังไงก็ได้ไปตามทิศทางที่เรากำหนด แต่พอมาเล่นวอลเล่ย์ผมต้องเซ็ตบอลให้นิ่ง ตอนแรกผมเข้าใจว่า อ๋อ เราแค่โยนบอลให้ตรงจุด จริงๆ ไม่ใช่ การเซ็ตคือไม่ว่าลูกจะหมุนมาขนาดไหน แต่บอลที่ออกจากมือเราไปต้องนิ่ง เพื่อให้คนตบเขาตบได้ และทำคะแนน ตอนแรกผมทำไม่ได้เลย หงุดหงิดกับตัวเองมาก รู้สึกเฟล ผมก็ฝึกหนัก ไม่ยอมกลับ ซ้อมอยู่อย่างนี้ประมาณ 6 เดือนก่อนถ่าย เพราะอยากให้คนดูเชื่อว่าเราเป็นนักกีฬาจริงๆ ไม่อยากเป็นนักแสดงที่พอเล่นได้ แล้วไปแสดงให้เขาเห็น ตอนเล่นผมผมก็สังเกตเพื่อนๆ นักแสดงในทีม พอลงเล่นแล้วแววตาของทุกคนจะเปลี่ยนไป เป็นแววตาที่มุ่งมั่นอยากเอาชนะไปกับทีมนี้ให้ได้จริงๆ

Greyhound-Cafe-Pattaya-Bank-Thiti


สำหรับแบงค์ คิดว่าซีรีส์เรื่อง
Spike! สนุกยังไง
ผมว่าซีรีส์เรื่องนี้ไม่ได้อยากให้กีฬาเป็นแค่แบกกราวด์ เอากีฬาเป็นเรื่องหลัก เพราะฉะนั้นมันสนุกแน่ๆ แล้วล่ะ แต่ก็มีเรื่องราวของความสัมพันธ์ต่างๆ ระหว่างการแข่งขัน ทั้งมิตรภาพ การเอาชนะ ความตั้งใจและแพสชั่นของตัวละคร อย่าง ‘แทน’ เป็นตัวละครที่มีแพสชั่นเรื่องวอลเลย์บอลสูงมาก เพราะเขาคิดว่าชีวิตเขาไม่เคยมีอะไรดีเลย จนมาเจอวอลเล่ย์บอล วอลเล่ย์บอลคือชีวิตของเขา ถ้ามีใครมาติเขา เขาก็จะสู้จนกว่าจะไม่มีใครมาว่าเขาว่าไม่เก่งได้ เขาจะพัฒนาตัวเองขึ้นเรื่อยๆ

แล้วตัวจริงของแบงค์เป็นคนแบบเดียวกับตัวละคร แทนไหม
ไม่ค่อยนะ บ้านผมมีธุรกิจส่วนตัวที่ขอนแก่น ก่อนหน้านี้ผมก็เป็นเด็กวัยรุ่นทั่วไป เลิกเรียนก็เรียนพิเศษบ้าง เล่นเกมบ้าง ไปเล่นกับเพื่อนบ้าง เป็นชีวิตเด็กมัธยมธรรมดาที่ไม่มีใครรู้จัก พอตอนนี้เข้ามาทำงานในวงการ มีคนรู้จักผมมากขึ้นมากๆ แต่ที่เห็นได้ชัดคือเรื่องความรับผิดชอบ คือพอผมทำงานก็ไม่มีข้ออ้างแล้วว่าเราเป็นเด็ก ต้องตรงต่อเวลา รับผิดชอบตัวเองขึ้นมากๆ เราโตขึ้นไปอีกสเต็ปนึง

อะไรทำให้คิดว่าตัวเองเหมาะกับอาชีพนี้
ผมคิดว่าเพราะการแสดงเป็นสิ่งที่ผมไม่เบื่อ ตรงๆ เลยนะว่าตั้งแต่เด็ก ผมเป็นคนที่อินกับอะไรง่ายมาก ทำโน่นนี่เยอะมาก ไม่ว่าจะเรียนเปียโน เทควันโด้ กลอง กีตาร์คลาสสิก ผมจะอินและทุ่มให้มันมาก แต่พอทำไปสักพักนึงผมก็จะเบื่อ แล้วก็ทิ้งไปเลย จนมาเจอการแสดง ผมรู้สึกว่าเฮ้ย มันเป็นสิ่งที่ท้าทายเราตลอดเวลา ผมหลงใหลทุกครั้งเวลาที่เราได้เล่นเป็นตัวละครต่างๆ ที่ไม่ใช่ตัวเอง ไม่รู้เหมือนกันว่าอาชีพนี้เหมาะกับผมแค่ไหน เพราะอะไร แต่ผมคิดว่าผมรักอาชีพนี้ แล้วอาชีพนี้ก็ทำให้ผมได้มีโอกาสมากมาย อย่างวันนี้ก็ได้มาพัทยา

Greyhound-Cafe-Pattaya-Bank-Thiti


เวลาพูดถึงพัทยา นึกถึงอะไร
แสงสี เป็นเมืองที่ไม่หลับใหล มาแล้วเราน่าจะได้ความสนุก เปรียบเสมือนสาวเปรี้ยวแซ่บ พัทยานี่ผมมาบ่อยนะ เพราะมาง่ายมาก เบื่อๆ ก็ขับรถมากับเพื่อน แค่ชั่วโมงเดียวก็ถึง บางทีก็แค่อยากมาเห็นทะเล มานั่งชิลกับเพื่อน หาอาหารทะเลกิน มาพักผ่อน ไม่ได้มีเป้าหมายอะไรมากกว่านั้น

ตอนนี้มาพัทยาน่าจะมีเป้าหมายมากขึ้นแล้ว เพราะมี KAAN SHOW (นี่ ช่วยเขาขายของ)
เอาจริง (หัวเราะ) ผมว่ามันเป็นการแสดงที่ใหม่มากๆ นะ อลังการ ใส่ทุกอย่างเต็ม นี่ยังไม่ได้เข้าไปดูนะ เห็นแค่ข้างหน้าโรงละครที่เป็นพริ้วๆ มองภายนอกผมก็ว่าดูเท่มากแล้ว ยิ่งเห็นเทรลเลอร์ของโชว์ก็เชื่อว่าเขาจัดเต็มมากจริงๆ ผมว่ามันเป็นสิ่งใหม่ในประเทศไทยที่น่าสนใจมากนะ

 Greyhound-Cafe-Pattaya-Bank-Thiti


มีเกรฮาวด์ คาเฟ่ ให้กินก่อนเข้าไปดูการแสดงได้ด้วย (ขายของตัวเองบ้างค่า)
ดีครับ ปกติผมก็กินเกรฮาวด์คาเฟ่ที่สาขาวิลล่าอารีย์บ่อย เพราะใกล้คอนโด ชอบไปกับเพื่อนเยอะๆ เพราะมีอาหารหลากหลาย ถ้าไปคนเดียวแล้วสั่งเยอะจะเจอปัญหาว่ากินไม่หมด เมนูที่ชอบคือปูผัดข้าว คงเหมือนใครหลายคนนะ เพราะเป็นเมนูที่เต็มเปี่ยมไปด้วยปูจริงๆ ชอบ วันนี้ก็ได้กินเมนูพิเศษของพัทยา ทั้งปู กุ้ง ปลา ผมว่าอร่อยนะ คือผมชอบกินอาหารรสจัดอยู่แล้วด้วย อาหารที่ชอบที่สุดในชีวิตคือส้มตำปลาร้า เพราะแม่ผมเป็นคนอุดร พ่อเป็นคนใต้ ผมก็เลยชอบทานเผ็ดมาก

สรุปว่าชอบกินส้มตำปลาร้า หักมุมซะงั้น
ครับ ปกติผมเป็นคนง่ายๆ สบายๆ แต่วันนี้แต่งตัวเต็มหน่อยเพราะต้องมางาน แล้วตอนนี้ผมก็มากินเกรฮาวด์คาเฟ่ ในขณะที่เพื่อนนักแสดงคนอื่นอาจกำลังกินข้าวกล่องกันอยู่ (ยิ้มกรุ้มกริ่ม)

ตามติดชีวิตแบงค์-ธิติ ได้ที่:

Instagram: @bank_thiti

 Greyhound-Cafe-Pattaya-Bank-Thiti_08